โรคมะเร็ง และ โรคหัวใจกับเส้นผม

ความรู้เกี่ยวกับเส้นผม

จากหนังสือ “กินเป็นลืมป่วย” หนังสือขาย ดีปี 2550 เรียบเรียงจากการบรรยายของ อ.สุทธิวัส คำภา นักธรรมชาติบำบัดผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศ หาซื้อมาอ่านเป็นประโยชน์มาก ท่านจะทราบถึงแนวทางป้องกันและรักษาด้วยแนวทางธรรมชาติบำบัดอย่างง่ายๆ
เส้นผมบนศีรษะควรเป็นสีดำ ตามเผ่าพันธุ์ของคนไทย ถ้าโกรกผม ย้อมผมเปลี่ยนสีเป็นสีอื่น จะมีผลต่อหัวใจ ทำให้หัวใจไม่แข็งแรง เพราะสีดำจะช่วยกรองคลื่น ความถี่(ไฟฟ้า) ที่ทำร้ายหัวใจ และถ้าใช้ยาสระผม ยาย้อมผม รวมถึงการทาปาก การเขียนคิ้ว การทาเล็บ ที่มีสารเคมีเจือปนอยู่ สารเคมีเหล่านี้จะซึมผ่าน เข้าชั้นผิวหนังไปถึง เส้นเลือดฝอย แล้วส่งไปสะสมอยู่ที่ตับ ไต โดยตรง

 

ควรหาน้ำยาที่เป็นสมุนไพรที่ไร้สารเคมี

มาใช้กับผิวหนังจะดีที่สุด ถ้าใช้สารเคมีบ่อย ตับจะสะสมสารเคมีไปตลอดชีวิต เป็นเหตุให้เจ็บป่วยได้หลายประการ เช่น ปวดใต้เข่า ร้าวไปถึงส้นเท้า ขาไม่มีแรง ปวดที่น่องร้าวไปถึงผ่าเท้า ผมร่วงถ้าเคมีตกค้าง จะส่งผลโดยตรงกับสมองส่วนหลัง ซึ่งมีหน้าที่คุม แขน ขา ทำให้แขนขาไม่มีแรง เมื่อเคมีตกค้างที่สมองส่วนกลาง แถวๆกระหม่อม จะมีผลต่อสมองส่วนที่เก็บความจำ มีผลต่อการย่อยอาหาร ท้องจะอืด ท้องเฟ้อ ง่วงนอนบ่อย หาวนอน นั่งรถก็หลับ ป่วยเรื้อรัง

*** ใช้ยาสระผม ยาย้อมผมที่มีสารเคมีกับหนังศีรษะ ก็เท่ากับทำร้ายตับโดยตรง

 

การย้อมสีผมด้วยสารเคมี สารเคมีจะซึมเข้าสู่รูขุมขนในหนังศีรษะ ซึ่งหนังศีรษะมีรูขุมขนที่เปิดอยู่มากมาย อย่างน้อยๆมีรูเส้นผม หนึ่งแสนรูขุมขน และมีต่อมเหงื่อ และต่อมไขมันมากมาย ถ้าใส่ยาย้อมผมที่มีสารเคมี หนังศีรษะจะรับสารเคมีตรงๆ ซึ่งสารเคมีจะซึมเข้าสู่ผิวหนังและเข้าสู่เส้นเลือดฝอย เข้าไปสู่เซลล์ต่างๆของร่างกาย ทำให้เซลล์กลายพันธุ์ และกลายเป็นมะเร็งได้

• มีการศึกษาย้อนหลังจากผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองพบว่ามีความสัมพันธ์กับการย้อมผมด้วยเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีอายุเกิน 50 ปี หรือคนที่ย้อมผมมากกว่า 10 ปี จะมีโอกาสเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นถ้าไม่ต้องการมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง ให้หันมาใช้วิธีย้อมผมแบบธรรมชาติที่มีส่วนประกอบของสมุนไพร และปราศจากสารเคมีจะดีที่สุด